กรมสุขภาพจิต ผนึกกำลัง สสส. ภาคีเครือข่ายแรงงาน ขับเคลื่อน “Holistic Health Advisor : HHA” สร้างพลังเครือข่ายดูแลสุขภาพจิตวัยทำงาน ลดปัญหาสุขภาพจิต หลังฮู ประกาศ ภาวะซึมเศร้าวิตกกังวลของแรงงานทั่วโลก วันทำงานหายไป 12 พันล้านวัน ปลื้มผลงานช่วยคัดกรองแรงงาน 3.5 แสนกว่าคน พบกลุ่มเสี่ยงสุขภาพจิต 3.2 หมื่นคน ช่วยฟื้นสุขภาพจิตดีขึ้น 99.98% ปรับพฤติกรรมเสี่ยงทางกายดีขึ้น 91.96% สุขภาพการเงินดี 70%
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่10 ก.ย. 2569 ที่โรงแรมทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถอดบทเรียนการดำเนินงานเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Health Advisor : HHA) ภายใต้แนวคิด “Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations” “เชื่อมพลังคน สร้างสุขภาวะ ขับเคลื่อนองค์กรแห่งอนาคต”
โดยมีผู้บริหาร บุคลากรกรมสุขภาพจิต เครือข่ายสถานประกอบการ องค์กรและภาคีเครือข่ายด้านสุขภาพจิตจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 150 คน ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนการดำเนินงาน และยกระดับขีดความสามารถในการดูแลสุขภาพจิตคนวัยทำงานในสถานประกอบกิจการและองค์กรทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพ
โดย นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานในพิธีเปิด กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานกว่า 38.66 ล้านคน ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อน จนส่งผลกระทบต่อสุขภาวะ ทั้งความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิต

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสนับสนุนการสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า กลุ่มโรคด้านสุขภาพจิต ทำให้เกิดการสูญเสียปีสุขภาวะสูงถึง 13% ของความสูญเสียที่เกิดจากความเจ็บป่วยและการบาดเจ็บทั้งหมด อีกทั้งยังส่งผลต่อเศรษฐกิจ ในปี 2565 WHO ระบุว่าภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลของประชากรทั่วโลก ทำให้วันทำงานหายไป 12 พันล้านวัน สำหรับสถานการณ์ในไทย ข้อมูลการประเมินตนเองในระบบ Mental Health Check in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบประชากรวัยทำงานอายุ 20-59 ปี เผชิญกับความเครียดในระดับสูง กว่า 11% โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานตอนต้น อายุ 20-29 ปี สูงถึง 28% ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS พบคนวัยทำงานฝืนไปทำงาน (Presenteeism) แม้มีปัญหาสุขภาพจิตกว่า 27%
ดังนั้น การดูเชิงรุกพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตในสถานประกอบการหรือองค์กร จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่บั่นทอนสุขภาพ รวมทั้งศักยภาพขององค์กรในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นพ.พงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สสส. กำหนดให้ประเด็นสุขภาพจิตเป็น 1 ใน 7 เป้าหมายยุทธศาสตร์การทำงาน สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติฉบับที่ 1 มุ่งเน้นการสร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ก่อนที่จะเจ็บป่วย โดยดำเนินการ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน โรงเรียน สถานประกอบการ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ และการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พร้อมร่วมกับกรมสุขภาพจิตและภาคีเครือข่ายพัฒนานวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์คัดกรองภาวะซึมเศร้า "DMind" และเว็บแอปพลิเคชัน "ต่อ-เติม-ใจ" เพื่อดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นและเชื่อมระบบส่งต่อการรักษา

ด้านนางภัทรานิษฐ์ ทองตันไตรย์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 กล่าวว่า ภายในงานประกอบไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ พิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่หน่วยงานองค์กรต้นแบบดีเด่น เวทีเสวนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบ (Best Practices) จากพื้นที่ต่างๆ โซนนิทรรศการนวัตกรรมและผลงานเด่นจาก 13 เขตสุขภาพ ตลอดจนการบรรยายพิเศษ และปาฐกถาจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ เพื่อเสริมสร้างมุมมอง และทิศทางในการขับเคลื่อนงานสุขภาพจิตในองค์กรอย่างยั่งยืนผ่าน ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Mental Health for All : ยุทธศาสตร์การสร้างสุขภาวะจิตผ่านเครือข่าย Holistic Health Advisor” โดย นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต และบรรยายพิเศษ หัวข้อ “Health Organization : ทิศทางการสร้างองค์กรสุขภาวะของประเทศไทย” โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส.
รวมถึงเวทีเสวนาใน บทบาทหน้าที่ในการดำเนินงาน Holistic Health Advisor จากผู้แทน กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพกาย ใจ และการเงิน ของวัยทำงานงาน ต่อไปอย่างครบวงจร และการวางแผนในการสร้างและขยายเครือข่าย HHA ทั่วประเทศอย่างยั่งยืน ตามแนวคิดกรมสุขภาพจิต Mental Health for All ดูแลสุขภาพใจทุกวัย ทุกคน
ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2026/09/39449