กทม.
ผนึกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวฯ
พัฒนาคุณภาพคลินิกชุมชนอบอุ่นและเครือข่ายปฐมภูมิ ใช้ข้อมูลสุขภาพยกระดับบริการ
เพิ่มศักยภาพและจำนวนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว พร้อมผลักดันแนวคิด “หมอประจำตัว”
ให้ประชาชนเข้าถึงการดูแลต่อเนื่องใกล้บ้าน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2569
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและคณะผู้บริหาร หารือร่วมกับ พญ.สายรัตน์
นกน้อย นายกสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทย
และคณะทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนาคลินิกชุมชนอบอุ่น
และเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้มีคุณภาพ เข้าถึงง่าย
และตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพที่หลากหลายของประชาชนในเขตเมือง
โดยกรุงเทพมหานคร
เห็นด้วยกับการเริ่มต้น ด้วยการนำ กรอบการประเมินคุณภาพบริการปฐมภูมิ ที่ สมาคม
ฯ ได้นำเสนอ เพื่อมาใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบ
โดยมุ่งประเมินทั้ง คุณภาพของบริการและผลลัพธ์ทางสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลที่กรุงเทพมหานครที่มีอยู่แล้ว
เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์สุขภาพ ความต้องการของประชาชน
และผลลัพธ์ของการจัดบริการในแต่ละพื้นที่
ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการวางแผนและพัฒนาระบบบริการให้ตรงกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ทางสมาคม ฯ ได้เสนอให้มีการ
พัฒนาศักยภาพของแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
เพื่อเพิ่มจำนวนแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
ซึ่ง ผู้ว่า ชัชชาติ เล็งเห็นความสำคัญและเห็นพ้องกับสมาคมฯ
ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มจำนวน "แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว" ในพื้น
กรุงเทพมหานครให้มากขึ้น
ซึ่งทางสมาคม ฯ
ได้มีการประสานงานกับคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อการพัฒนาศักยภาพแพทย์
เพื่อเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ควบคู่กับการพัฒนาคูรภาพบริการ ในพื้นที่นำร่อง
โดยได้ประสานกับศูนย์บริการสาธารณสุข
ในพื้นที่นำร่องเพื่อร่วมกันพัฒนารูปแบบบริการ ซึ่งกรุงเทพมหานครได้เสนอให้ดำเนินการให้ครอบคลุมทุก Bangkok Health Zone เพื่อให้ได้เรียนรู้จากบริบทมีความหลากหลาย
ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวคิดการมี “หมอประจำตัว” สำหรับประชาชน
ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ของการมีแพทย์และทีมสุขภาพที่รู้จักบริบทของบุคคลและครอบครัว
และสามารถดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ในยุคของสังคมสูงอายุ
เพื่อให้ประชาชนให้ประชาชนรู้สึกว่าเข้าถึงง่าย สะดวก และตอบโจทย์ชีวิตของคนเมือง
?ความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและสมาคมแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป/เวชศาสตร์ครอบครัวแห่งประเทศไทยในครั้งนี้
จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการ ต่อยอดระบบสุขภาพปฐมภูมิของกรุงเทพมหานครบนพื้นฐานของคุณภาพ
ข้อมูล และกำลังคน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพ
มีความต่อเนื่อง และได้รับการดูแลที่เชื่อมโยงกันตลอดเส้นทางสุขภาพ
นำไปสู่เป้าหมายของการ “ดูแลคนเมืองแบบไร้รอยต่อ”
อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ พญ.สายรัตน์
เปิดเผยถึงแนวทางการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบสุขภาพปฐมภูมิในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ผ่านโครงการ BRIDGE-PHC
เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตความย้อนแย้งของระบบการแพทย์ในเมืองหลวง
(The Bangkok
Paradox)
แม้กรุงเทพฯ
จะเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical
Hub) ที่มีสัดส่วนแพทย์สูงถึง 11.85 คน
ต่อประชากร 10,000 คน ซึ่งสูงกว่าต่างจังหวัดเกือบ 3 เท่า
แต่กลับประสบปัญหาระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิอย่างหนัก
เนื่องจากมีประชากรแฝงนอกระบบกว่า 2.8 ล้านคน
อีกทั้งงบประมาณส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้กับการรักษาโรคซับซ้อนในโรงพยาบาลใหญ่
ส่งผลใหัระบบปฐมภูมิได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง 8.99% เท่านั้น
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาระบบสุขภาพแบบ "ปิรามิดหัวกลับ"
ที่โรงพยาบาลระดับตติยภูมิต้องแบกรับภาระคนไข้จนแออัด
และบุคลากรทางการแพทย์เกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โครงการ BRIDGE-PHC จึงเสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างระบบสุขภาพใหม่
โดยมุ่งเน้น 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
ด้านการเงิน:
ปรับเปลี่ยนระบบชดเชยค่าบริการให้สะท้อนต้นทุนจริง
และตั้งเป้าเพิ่มงบประมาณสนับสนุนบริการปฐมภูมิจาก 8.99% เป็น 30–35%
ด้านการบริหาร:
ทลายกำแพงการทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน พร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กทม., กระทรวงสาธารณสุข
และ สปสช.
ด้านกำลังคน:
ลงทุนพัฒนาและเพิ่มจำนวน "แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว"
เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้
โครงการยังมุ่งเปลี่ยนกระบวนทัศน์การรักษาจากการเน้นตัวโรค (Disease-Centric) ไปสู่การดูแลคนและบริบทของชีวิต
(Person-Centric) โดยตั้งเป้าคืนสมดุลให้ปิรามิดสุขภาพ
ด้วยการให้ระบบปฐมภูมิดูแลประชาชนเบ็ดเสร็จใกล้บ้านได้ถึง 80%
ส่วนโรงพยาบาลทติยภูมิและตติยภูมิจะรองรับเฉพาะการส่งต่อและการรักษาโรคซับซ้อนขั้นสูงที่
15% และ 5% ตามลำดับ


ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2026/09/39439