“รมว.สธ.” กางกลยุทธ์ 3 เสาหลักยกระดับ “ระบบสุขภาพดิจิทัล” ควบคู่ขับเคลื่อนโมเดล "One Health One Nation" ใช้ AI เสริมศักยภาพการทำงาน พร้อมประกาศความร่วมมือ 5 หน่วยงานส่งเสริมสุขภาพผ่านระบบหมอพร้อม
เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวในการประชุมวิชาการและแสดงผลงานการยกระดับระบบบริการสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Forum) กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2569 “Connect & Care: One Nation, One Health : เชื่อมข้อมูล เชื่อมการดูแล สู่ระบบสาธารณสุขไทยไร้รอยต่อ”ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Shifts) ทั้งประชากรและกำลังแรงงาน ที่มีลักษณะ “แก่เพิ่ม ป่วยนาน เกิดน้อย เปราะบางซับซ้อนขึ้น”
ตัวเลขที่สะท้อนวิกฤติประชากรและระบบสุขภาพไทย คือ ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่า 13 ล้านคน, ผู้เสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(โรค NCDs) มากกกว่า 320,000 คนต่อปี คิดเป็น 77%ของการเสียชีวิตทั้งหมด,อัตราเกิดต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ 8.5 ต่อประชากร 1,000คนลดลงต่อเนื่อง และผู้ป่วยเรื้อรังและผู้ป่วยพึ่งพิงเพิ่มขึ้น 4.5 ล้านคนแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ภาระการดูแลระยะยาวสูงขึ้น และเกิดปัญหาบุคลากรขาดแคลน
รวมถึง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เปลี่ยนผ่านจากข้อมูลดิจิทัลไปสู่การใช้ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ โดย AI จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ แต่เป็นกลไกที่จะเปลี่ยน ข้อมูล (Data) ให้กลายเป็นปัญญา (Wisdom) เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางการแพทย์และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน และการเปลี่ยนแปลงเรื่องการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งนวัตกรรมทางการแพทย์จะมุ่งสู่เทคโนโลยีเชิงลึก, เป็นการดูแลเฉพาะบุคคล จีโนมิกส์และแม่นยำมากขึ้น, การดูแลไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในรพ.แต่จะเน้นไปที่บ้านและชุมชนมากขึ้น ผ่านระบบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และการติดตามอาการระยะไกล (Remote Monitoring) ซึ่งช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียมและสะดวกรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องบูรณาการเทคโนโลยีระบบสุขภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของระบบสาธารณสุข

ทิศทางประเทศไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ(AI) ในระบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) มีนโยบาย “MOPH PLUS+” โดยเป้าหมาย คือ ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น บุคลากรทำงานได้ดีขึ้น และระบบสุขภาพไทยมีขีดความสามารถสูงขึ้น พร้อมเปลี่ยนมุมมองด้านสาธารณสุขจากภาระค่าใช้จ่าย สู่ภาคส่วน“สุขภาพคือการลงทุน” ที่สร้างทั้งคุณค่าทางสุขภาพให้ประชาชนและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ โดยเน้นการสร้างนวัตกรรมของตัวเองเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดสู่ระดับโลก
3 เสาหลักสู่ระบบสุขภาพดิจิทัล
ทั้งนี้ กลยุทธ์พัฒนา 3 เสาหลักที่สู่ระบบสุขภาพดิจิทัลที่มั่นคง ครอบคลุมและยั่งยืน
1.นวัตกรรมที่ออกแบบกลไกกำกับดูแล ควบคุม ป้องกันตั้งแต่แรก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ปลอดภัย โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกการใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสุขภาพ
2.รูปแบบแพลตฟอร์มที่ขยายผลได้ พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสุขภาพระดับชาติเชื่อมโยงบริการต่างๆทั้งระบบสุขภาพ
3.ความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนกับทุกภาคส่วน ร่วมขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัลโดยรัฐ วิชาการ เอกชน บุคลากรทางการแพทย์และประชาชน เพื่ออนาคตสุขภาพที่ดีของทุกคน
นายพัฒนา กล่าวว่า การนำ AI มาใช้ จะต้องอยู่ภายใต้ระบบธรรมาภิบาลและการกำกับดูแลที่ปลอดภัย ทั้งการคุ้มครองสิทธิและความเป็นส่วนตัวของประชาชน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และ อธิปไตยทางข้อมูล ถือเป็นหัวใจสำคัญ รวมถึงการปลดล็อกศักยภาพการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร และการสร้างความเจริญร่วมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
กระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งดำเนินการขับเคลื่อนเรื่อง โมเดล "One Health One Nation"
1.เชื่อมโยงข้อมูล เช่น ข้อมูลสุขภาพบุคคล(Personal Health Data Hub) , ข้อมูลภาพรังสี( Imaging Hub) ,ข้อมูลการส่งต่อ(MOPH Refer) และข้อมูลสุขภาพจากอุปกรณ์ (IoT Device) เพื่อให้ข้อมูลสุขภาพอยู่ในมือของประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง
2.ระบบรองรับ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการและความร่วมมือต่างๆ
3.การนำข้อมูลไปใช้(AI Solutions) เช่น คัดกรองความเสี่ยงและแนะนำสุขภาพ(AI Screening&Coaching) สนับสนุนการตัดสินใจทางการแพทย์(AI Clinical Decision Support) ช่วยงานเอกสาร วิเคราะห์แนวโน้ม(AI Working Support) และสื่อสารอัตโนมัติ ติดตามต่อเนื่อง(AI Communication & Care Support)
4.การสร้างคุณค่า เกิดบริการไร้รอยต่อ บ้าน รพ.ชุมชน รพ.ศูนย์ ,เกิดการพัฒนาวิจัย เทคโนโลยี ต่อยอดองค์ความรู้ นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ,เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน สร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจ และเกิดคุณค่าทางสุขภาพ ประชาชนสุขภาพดีขึ้น บุคลากรทำงานง่ายขึ้น และระบบสุขภาพประเทศยั่งยืน
ประกาศความร่วมมือ 5 หน่วยงานส่งเสริมสุขภาพผ่านหมอพร้อม
ทั้งนี้ ภายในงานมีการประกาศความร่วมมือด้านการส่งเสริมและบูรณาการระบบสุขภาพดิจิทัล ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนชั้นนำ 5 แห่ง ได้แก่ องค์การเภสัชกรรม บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และบริษัท โกลเด้นครีม จำกัด เพื่อส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกันผ่านบริการดิจิทัลบน "หมอพร้อม" ผลักดันการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน สร้างสุขภาวะที่ดีในระดับครัวเรือนและชุมชน และสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพตนเอง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมข้อมูลและการดูแลสุขภาพสู่ระบบสาธารณสุขไทยที่ไร้รอยต่อ
นายพัฒนา กล่าวว่า ความร่วมมือนี้ องค์การเภสัชกรรมจะเป็นการบริการเรื่องผลิตภัณฑ์ยาทั้งการสั่งซื้อ การจัดส่ง ขณะที่บางจากประสงค์และสนใจในการสนับสนุนเรื่องของเทเลเมดิซีน ส่วนกลุ่มเซ็นทรัลและบริษัท สหพัฒนพิบูล จะเป็นเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ ออกกำลังกายแล้วนำการสะสมแต้มมาแลกเป็นสินค้า โดยเป็นจุดเริ่มต้นของพาร์ทเนอร์ภาคเอกชน อนาคตก็จะมีเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม --- อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่: https://www.hfocus.org/content/2026/08/39271 ---
เว็บไซต์ Hfocus.org เจาะลึกระบบสุขภาพ
ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2026/08/39271