กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยความสำเร็จทีมวิจัยร่วมคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ต่อยอด “กระท่อมไทย” สู่นวัตกรรมยาเม็ดฟู่เลิกเหล้า ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โดยภายใน 2 สัปดาห์สามารถลดปริมาณการดื่มได้ และหยุดดื่มสุราได้กว่าร้อยละ 80 ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป อีกทางเลือกเสริมยาแผนปัจจุบัน ล่าสุดรับรางวัล Platinum Award ปีที่ 2 ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ และรางวัลจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ในงานประกวดสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ SVIIF 2026 รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประสบความสำเร็จในการพัฒนายาเม็ดแตกตัวเร็วในช่องปากจากกระท่อมเลิกบุหรี่ จนได้รับรางวัล Platinum award จาก Thailand Research Expo 2025 award และได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2568 โดยยานี้สามารถบำบัดผู้เสพติดบุหรี่ ปัญหาการเสพติดบุหรี่มีผลกระทบต่อสุขภาพผู้สูบ คนในครอบครัว และสังคม
ล่าสุดกรมการแพทย์แผนไทยฯ โดยกองกัญชาทางการแพทย์ได้ต่อยอดจากการใช้ตำรับยาที่มีส่วนผสมของกระท่อมมาช่วยในเลิกสุราหรือแอลกอฮอล์ เนื่องจากเล็งเห็นว่า ปัจจุบันแม้จะมีการใช้ยามาตรฐานช่วยผู้ป่วยเลิกสุราหรือแอลกอฮอล์แต่ยังมีข้อจำกัดอาการไม่พึงประสงค์และราคาที่สูง ขณะเดียวกันเมื่อสืบค้นในคัมภีร์แพทย์แผนไทยโบราณของขุนโสภิตบรรณลักษณ์ (อำพัน กิตติขจร) พบ “ตำรับยาประสระกาฬแดง” ซึ่งมีใบกระท่อม ร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ ซึ่งจากกระบวนการศึกษาวิจัยพบว่าสามารถนำมาใช้ในการลดความอยากดื่มสุราได้
ภญ.ธีราธร สังหร่าย เภสัชกรชำนาญการ กองกัญชาทางการแพทย์ คณะผู้วิจัย กล่าวว่า การวิจัยได้รับการสนับสนุนจาก นพ.เทวัญ ธานีรัตน์, นพ.พีรชา คูเกษมกิจ, น.ส.ศรุชา ดารากัย และน.ส. ฐานุตตรี หนูทิม โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ ผศ.ดร.ภญ.มาลีรักษ์ อัตต์สินทอง คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทย
เพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในระบบบริการสาธารณสุข ในรูปแบบ “ยาเม็ดฟู่บำบัดผู้ติดสุรา” โดยได้ศึกษาทำนายการออกฤทธิ์ของสารสำคัญในตำรับยาดังกล่าวต่อโมเลกุลเป้าหมายซึ่งสัมพันธ์กับการบำบัดภาวะติดแอลกอฮอล์ โดยการปรับสมดุลสารเคมีระบบประสาทชื่อโดปามีนในการทดแทนลดความพึงพอใจในการดื่มและความอยากดื่มแอลกอฮอล์
ภญ.ธีราธร กล่าวอีกว่า จากการศึกษาในระดับโมเลกุล พบว่า ตัวของตำรับยานี้มีองค์ประกอบของสารที่สามารถจับกับโมเลกุลเป้าหมายในระบบประสาทส่วนกลางได้ สามารถลดความพึงพอใจและลดความอยากสุรา และเมื่อนำมาทดสอบในระดับเซลล์ นวัตกรรมดังกล่าวมีความปลอดภัยต่อเซลล์ประสาทและเซลล์ตับของมนุษย์ที่สำคัญยังสามารถช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ประสาทของมนุษย์ นอกจากนี้ รายงานการใช้ยาเบื้องต้น พบว่าภายใน 2 สัปดาห์สามารถลดปริมาณการดื่มสุราได้ และมีผู้รับบริการจำนวนหนึ่งสามารถหยุดดื่มสุราได้ประมาณร้อยละ 80 ซึ่งเห็นผลตั้งแต่ 2 สัปดาห์
ที่มา: https://www.hfocus.org/content/2026/08/39238