กลุ่มงาน?บริการ?ทันตกรรมปฐมภูมิและทุติยภูมิ กลุ่มภารกิจด้านทันตกรรม? โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ร่วมกับเรือนจำกลางอุบลราชธานี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี (สสจ.อุบลราชธานี) และกลุ่มงานทันตกรรม จากโรงพยาบาลพระยุพราชเดชอุดม โรงพยาบาลวารินชำราบ และโรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ ร่วมกันจัดกิจกรรม "ใต้ร่มพระบารมี จักรีนฤบดินทร" มหกรรมบริการทันตกรรมปฐมภูมิและทุติยภูมิเชิงรุก ที่เรือนจำกลางอุบลฯ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากแก่ผู้ต้องขังให้เข้าถึงการดูแลรักษาฟันตามสิทธิประโยชน์อย่างเท่าเทียม พร้อมนำนวัตกรรมทันตกรรมทางไกล MOPH Meet และการประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยมาใช้ในการดูแลรักษา เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. 2569 และเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล โดยเป็นกิจกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และโครงการกำลังใจ ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
พญ.กันตินันท์ มหาสุวีระชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เปิดเผยว่า บุคลากรของโรงพยาบาลและภาคีเครือข่ายตั้งใจนำองค์ความรู้ เครื่องมือ และเทคโนโลยีด้านทันตกรรมเข้าไปให้บริการแก่ผู้ต้องขัง โดยมุ่งหวังให้ทุกคนได้รับโอกาสในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม และสามารถกลับคืนสู่สังคมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มงานบริการทันตกรรมปฐมภูมิและทุติยภูมิ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ รวมถึงภาคีเครือข่าย จะเดินหน้าพัฒนาระบบบริการทันตกรรมเชิงรุกและการใช้เทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล เพื่อขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากแก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้ต้องขังซึ่งเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีสิทธิได้รับบริการด้านสุขภาพตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)

ด้าน ทพ.วุฒิชัย ตั้งสิริสุธีกุล ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ และหัวหน้ากลุ่มงานบริการทันตกรรมปฐมภูมิและทุติยภูมิ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังส่วนใหญ่ในเรือนจำกลางอุบลฯ ใช้สิทธิบัตรทอง แต่การเข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางยังมีข้อจำกัด จึงพัฒนารูปแบบบริการเชิงรุก โดยนำทีมทันตแพทย์ และเครื่องมือเข้าไปให้บริการทันตกรรมภายในเรือนจำ เพื่อลดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขัง และทำให้การรักษามีความต่อเนื่องมากขึ้น
ทั้งนี้ กิจกรรมดับกล่าวมีบริการทันตกรรม 6 บริการหลัก ได้แก่ การให้บริการฟันเทียมและรากฟันเทียมเชิงรุก การสาธิตการใช้ทันตกรรมทางไกลผ่านระบบ MOPH Meet การประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยในงานทันตกรรม การนำเสนอกรณีศึกษาการบูรณะฟันหน้าด้วยเทคนิค Provisional Direct Composite Build-Up การรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก และหน่วยบริการทันตกรรมเคลื่อนที่

"กิจกรรมครั้งนี้ ทำให้สามารถให้บริการตรวจสุขภาพช่องปากแก่ผู้ต้องขังรวม 88 ราย เป็นบริการถอนฟัน 75 ราย รวม 90 ซี่ อุดฟัน 9 ราย จำนวน 12 ซี่ ขูดหินปูน 4 ราย และเคลือบฟลูออไรด์ 4 ราย" ทพ.วุฒิชัย กล่าว
ทพ.วุฒิชัย กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการฟันเทียมและรากฟันเทียมเชิงรุก เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 โดยให้บริการตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วางแผนรักษา ถอนฟัน ตัดแต่งกระดูก ปลูกรากฟันเทียม ใส่ฟันเทียม และติดตามผลการรักษา ซึ่งเกือบทุกขั้นตอนดำเนินการภายในเรือนจำกลางอุบลฯ ยกเว้นการเอกซเรย์ด้วยเครื่อง CBCT ที่ต้องเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2567 ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยได้รับการรักษาครบทั้งรากฟันเทียมและฟันเทียมจำนวน 11 ราย และมีผู้ป่วยอีก 1 รายเลือกทำเฉพาะฟันเทียม ขณะที่ปีงบประมาณ 2569 มีผู้ป่วยรักษาแล้วเสร็จ 6 ราย และอีก 8 รายอยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนสุดท้าย
"นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบ MOPH Meet มาใช้ติดตามอาการผู้ป่วยหลังการถอนฟัน ผ่าฟันคุด ศัลยกรรมช่องปาก และปลูกรากฟันเทียม โดยผลการติดตามพบว่า ผู้ป่วยทุกรายไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ การประยุกต์ใช้สมุนไพรไทยร่วมกับการรักษาทางทันตกรรม โดยพบว่าในปี 2568 มีผู้ป่วยศัลยกรรมช่องปากเข้ารับการรักษาด้วยแนวทางดังกล่าวจำนวน 86 ราย และไม่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง" ทพ.วุฒิชัย กล่าวในตอนท้าย



ที่มา :‘รพ.สรรพสิทธิประสงค์’ ลุยเชิงรุก ทันตกรรม ‘ในเรือนจำ’ ยกระดับดูแล ‘ฟัน’ ผู้ต้องขัง | TheCoverage