โรงพยาบาลเลิดสินประสบความสำเร็จในการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดอัจฉริยะรุ่น
“Versius Plus” มาร่วมปฏิบัติการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
(Gender Affirmation Surgery) จากชายเป็นหญิงเป็นเคสแรกในเอเชีย
ยกระดับการแพทย์ไทยสู่สากลด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงผสมผสานเทคนิค Full Length
peritoneal vaginoplasty ซึ่งเป็นเทคนิคที่คิดค้นและยอมรับในระดับสากล
เข้ากับการใช้ หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic-Assisted Surgery)
ซึ่งนวัตกรรมนี้ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นภาพในอุ้งเชิงกรานได้อย่างนิ่งและคมชัดสูง
แยกแยะเนื้อเยื่อ (Dissect) ได้อย่างละเอียดแม่นยำ
และแก้ปัญหาการเย็บเชื่อมในจุดที่เข้าถึงยากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในกลุ่มเคสแก้ไข (เคสแก้) หรือเคสที่มีพังผืดติดขัดในอุ้งเชิงกราน
ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จและความพึงพอใจให้แก่คนไข้เป็นอย่างมาก
การผ่าตัดครั้ง นำโดย นพ.ธิติ
เชาวนลิขิต ร่วมกับ นพ.ฐานันดร ฉัตรสุภางค์
พร้อมด้วยทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลเลิดสิน
โดยได้ร่วมกันประยุกต์ใช้เทคนิคขั้นสูง “Robotic Pedicled Peritoneal Flap
Vaginoplasty” ซึ่งเป็นการนำเยื่อบุช่องท้อง (Peritoneum)
มาสร้างเป็นผนังช่องคลอด
ตั้ง 'ศูนย์ยืนยันเพศสภาพโรงพยาบาลเลิดสิน'
นพ.ธิติ เชาวนลิขิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า
โรงพยาบาลเลิดสินมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่ง
รวมถึงการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี
เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์ที่โรงพยาบาลอื่นๆ ส่งแพทย์ประจำบ้านมาศึกษาดูงาน
หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อน “พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม” กระทรวงสาธารณสุข
ได้ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลเลิดสินในการจัดตั้ง
“ศูนย์ยืนยันเพศสภาพโรงพยาบาลเลิดสิน” (Lerdsin Gender Affirming Center)ให้บริการแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา
เป็นการขยายศักยภาพจากการเป็นสถาบันฝึกอบรม
สู่การเป็นศูนย์กลาง (Hub) ทางการแพทย์ด้านการยืนยันเพศสภาพอย่างครบวงจร
เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาและศัลยกรรมยืนยันเพศสภาพที่ได้มาตรฐาน
ปลอดภัย และเท่าเทียมในระบบสาธารณสุขของรัฐ
"สหวิชาชีพ’คัดกรองป้องกัน ‘Fluidity’
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
โรงพยาบาลเลิดสิน
อธิบายว่ากระบวนการศัลยกรรมยืนยันเพศสภาพจะใช้โมเดลการดูแลผ่านทีมสหวิชาชีพ
โดยคนไข้จะต้องผ่านการประเมินทางจิตวิทยาและจิตเวชอย่างน้อย 6 เดือน
เพื่อวิเคราะห์อัตลักษณ์ทางเพศ ความต้องการที่แท้จริง และความพร้อมทางจิตใจ
เพื่อป้องกันภาวะ “Fluidity” หรือภาวะความเลื่อนไหลทางเพศสภาพที่คนไข้อาจเปลี่ยนใจในภายหลัง
เนื่องจากการผ่าตัดอวัยวะเพศช่วงล่างเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนสู่สภาพเดิมได้
(Irreversible) โดยเกณฑ์ตามกฎหมายไทยกำหนดให้ผู้รับบริการต้องมีอายุ
18 ปีขึ้นไป (อายุ 18-20 ปีต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง)
ในแง่ของความก้าวหน้าทางการแพทย์
ศูนย์ยืนยันเพศสภาพฯ โรงพยาบาลเลิดสิน ถือเป็นศูนย์ฝึกอบรม (Training) และให้คำปรึกษาของกระทรวงสาธารณสุขที่สามารถทำการผ่าตัดได้ครบทุกเทคนิคในปัจจุบัน
เพื่อศึกษาวิจัยความแตกต่างของสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดใหม่
รวมถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคและเชื้อโรคในแต่ละเทคนิค
3 เทคนิคการผ่าตัดจากชายเป็นหญิง
นพ.ธิติ
อธิบายเทคนิคการผ่าตัดชายเป็นหญิง ว่ามีอยู่ด้วยกัน 3 เทคนิคประกอบด้วย
เทคนิคการใช้ผิวหนัง (Skin Graft) ใช้เนื้อเยื่อของคนไข้เอง
เทคนิคการใช้ลำไส้ใหญ่ (Colon) มีความยืดหยุ่น
และมีเมือกธรรมชาติเทคนิคการใช้เยื่อบุช่องท้อง (Peritoneal Flap) มีความยืดหยุ่นสูงเหมือนผู้หญิงให้ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติ
ทั้งนี้ ในกรณีคนไข้ที่มีภาวะอ้วนและขั้วลำไส้สั้น ศัลยแพทย์จะนำ
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เข้ามาช่วยให้การผ่าตัดในจุดลึกและแคบ
ทำให้การเชื่อมต่อเนื้อเยื่อภายในช่องท้องมีความแม่นยำและปลอดภัย ซึ่งการผ่าตัดจากหญิงเป็นชายนั้น
ส่วนใหญ่คนไข้จะเน้นการตัดหน้าอกออกเป็นหลัก
ผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ 60-70 เคสต่อเดือน
ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าทั่วประเทศไทยมีเคสผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน อยู่ที่ประมาณ 60 - 70 เคสต่อเดือน
ค่าบริการเฉลี่ยในโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ประมาณ
200,000 - 300,000 บาท
มาจากปัจจัยธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ Medical Tourism โดยเฉพาะด้านการศัลยกรรมความงามและการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพในไทย
มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูง
เนื่องจากเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก World Destination ที่มีชื่อเสียงด้าน
Gender Surgery กลุ่มตลาดต่างชาติจะมีตั้งแต่ จีน
อเมริกัน หรือแถบตะวันออกกลาง
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
โรงพยาบาลเลิดสิน มองว่าโอกาสและการเติบโตของการให้บริการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ
ว่าหากมีความร่วมมือระหว่างประเทศ จับมือกับองค์กรหรือ NGO ในต่างประเทศ
เช่น ประเทศอินโดนีเซีย
หรือประเทศอินเดียที่มีสิทธิการรักษาฟรีในรพ.รัฐแต่ขาดแคลนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อทำแพ็กเกจการรักษาร่วมกัน
จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการที่ได้มาตรฐานและเป็นการสร้างชื่อเสียงให้แก่ระบบสาธารณสุขไทยในเวทีสากลได้อีกทางหนึ่ง
ด้าน นพ.ฐานันดร
ฉัตรสุภางค์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์
เสริมว่า หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดแบบ Modular รุ่น CMR
Surgical-Versius Plus เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถเข้าถึงอวัยวะภายในผ่านแผลขนาดเล็ก
(Minimal Invasive) ตัวเทคโนโลยีช่วยเพิ่มความละเอียด
แม่นยำ และลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อโดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำศักยภาพของหุ่นยนต์
Versius Plus ในการรองรับการผ่าตัดเฉพาะทางที่มีความซับซ้อนสูงเท่านั้น
แต่ยังสะท้อนถึงขีดความสามารถของทีมแพทย์ไทยในการประยุกต์ใช้เทคนิคการรักษาขั้นสูง
เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลรักษาผู้ป่วย
พร้อมทั้งสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในการขับเคลื่อนสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการแพทย์เฉพาะทางระดับนานาชาติ
ยกระดับดูแลคัดกรองมะเร็งและโรคติดต่อ
นพ.ธิติ ยังกล่าวด้วยว่า ในการผ่าตัดยืนยันเพศสภาพยังต้องมีการดูแลสุขภาพระยะยาวของผู้รับการผ่าตัด โดยทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลเลิดสิน
โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลบางรัก
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายในช่องคลอดเทียม
พบว่าผู้ที่ผ่าตัดยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
เช่น ซิฟิลิส (Syphilis) หนองในเทียม
เริม และหูดหงอนไก่ รวมถึงมีโอกาสความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งหรือไม่
ซึ่งจะแปรผันตามประเภทของเนื้อเยื่อต้นทางที่นำมาใช้ เช่น หากใช้ลำไส้ทำช่องคลอด
ก็จะมีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ในจุดดังกล่าวหรือไม่อย่างไร
ปัจจุบัน
ทีมแพทย์ไทยกำลังเร่งศึกษาวิจัยเพื่อวางแนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็ง (Cancer
Screening) ที่เหมาะสม เนื่องจากอวัยวะที่สร้างใหม่มีความลึกและลักษณะทางกายวิภาคที่ต่างจากสตรีโดยกำเนิด
พร้อมทั้งมีการพัฒนาเครื่องมือแพทย์ใหม่ๆ
ในประเทศไทยเพื่อใช้สำหรับการตรวจภายในช่องคลอดเทียมโดยเฉพาะ
เพื่อให้มั่นใจว่าคนไข้จะได้รับการดูแลสุขภาพในระยะยาวอย่างปลอดภัย รวมถึงการให้ความรู้เรื่องการรับฮอร์โมนอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะกระดูกพรุนและอาการคล้ายวัยทอง

ที่มา :เลิดสินใช้'หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดยืนยันเพศสภาพ'จากชายเป็นหญิงเคสแรกในเอเชีย