เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการต่อ (ร่าง) ประกาศการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติฯ ปีงบประมาณ 2570 สปสช. สร้างความเข้าใจและรับฟังข้อเสนอจากหน่วยบริการ องค์กรวิชาชีพ และภาคีเครือข่าย ก่อนนำไปพัฒนาหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องการดำเนินงานจริง พร้อมเผยงบกองทุนบัตรทอง ปี 2570 วงเงินรวม 289,113.05 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการต่อ (ร่าง) ประกาศการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2570 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ พร้อมเปิดรับฟังผ่านระบบ Zoom Meeting และ Facebook Live สปสช. โดยมีผู้แทนหน่วยบริการ องค์กรวิชาชีพ ภาคีเครือข่าย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า (ร่าง) ประกาศการดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุข ปีงบประมาณ 2570 เป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางการบริหารกองทุน “บัตรทอง 30 บาท” ในปีงบประมาณถัดไป เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณ การสนับสนุนหน่วยบริการ และการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ มีความชัดเจน โปร่งใส และนำไปสู่การจัดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพสำหรับประชาชนผู้มีสิทธิทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เพื่อให้ร่างประกาศฯ สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงของหน่วยบริการ สปสช. จึงจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ให้บริการขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาระสำคัญของร่างประกาศฯ ควบคู่กับการเปิดพื้นที่ให้หน่วยบริการ องค์กรวิชาชีพ และภาคีเครือข่าย ได้สะท้อนความคิดเห็นจากประสบการณ์ตรง เนื่องจากผู้ให้บริการเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน เข้าใจบริบทของพื้นที่ เห็นทั้งความต้องการด้านบริการสุขภาพของประชาชน ข้อจำกัดของระบบบริการ และเงื่อนไขการดำเนินงานของหน่วยบริการในแต่ละพื้นที่
“ความคิดเห็นจากผู้ให้บริการมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากหน้างานจริง ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาหลักเกณฑ์บริหารกองทุนฯ มีความรอบด้านและนำไปใช้ได้จริงมากขึ้น ทุกข้อเสนอที่ได้รับจะถูกนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อปรับปรุงร่างประกาศฯ ให้มีความสมบูรณ์ และเป็นกรอบการดำเนินงานที่สนับสนุนทั้งการจัดบริการของหน่วยบริการและการดูแลประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว
ด้าน นางกาญจนา ศรีชมภู ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้รับงบประมาณรวมเงินเดือน 289,113.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23,817.46 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.98 โดยเป็นงบประมาณสำหรับดูแลบริการสุขภาพประชาชนให้สามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างต่อเนื่อง ทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยจัดสรรเป็นงบเหมาจ่ายรายหัว วงเงิน 220,257.68 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอัตราเหมาจ่ายรายหัวอยู่ที่ 4,669.44 บาทต่อคน จากประชากรผู้มีสิทธิ 47.170 ล้านคน
ขณะที่งบนอกเหมาจ่ายรายหัว อยู่ที่จำนวน 68,855.3628 ล้านบาท เพื่อดูแลบริการเฉพาะด้านที่มีความจำเป็น เช่น บริการผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง บริการปฐมภูมิ บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค รวมถึงบริการที่ดำเนินงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สำหรับหลักการบริหารกองทุนฯ ปี 2570 คือการมุ่งใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยให้ความสำคัญกับบริการที่จำเป็น มีคุณภาพและคุ้มค่า ลดบริการที่ไม่จำเป็นหรือซ้ำซ้อน
ขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความสามารถของหน่วยบริการในการจัดบริการจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น พร้อมกำหนดทิศทางการบริหารจัดการที่มุ่งเสริมความเข้มแข็งของบริการระดับปฐมภูมิ และบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ที่เป็นด่านแรกในการดูแลประชาชนใกล้บ้าน ช่วยลดการเจ็บป่วยรุนแรงและลดภาระค่ารักษาพยาบาลในระยะยาว ควบคู่กับการบริหารจัดหายา วัคซีน และเวชภัณฑ์ให้เกิดความคุ้มค่า ส่งเสริมการใช้ยาสามัญที่มีคุณภาพ รวมทั้งสนับสนุนนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความมั่นคงของระบบบริการสุขภาพ
ที่มา : https://www.hfocus.org/content/2026/07/38583