ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์ไทยต้องเผชิญภาวะทำงานหนักเกินพิกัด
โดยเฉพาะภาระงานด้านเอกสารที่แย่งเวลาการดูแลผู้ป่วยโดยตรงไปเกือบครึ่งหนึ่ง
แคริว่าจึงได้พัฒนาดิจิทัลโซลูชันด้านเฮลท์แคร์เพื่ออุดช่องโหว่เชิงโครงสร้างนี้
ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ
เพื่อคืนเวลาให้แพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิดและเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมในยุคดิจิทัล
นายณรงค์ชัย
ลิมป์ปิยาภิรมย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท แคริว่า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “แคริว่า” (Cariva) ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาดิจิทัลโซลูชันด้านเฮลท์แคร์
กล่าวว่า ระบบสาธารณสุขทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นความแออัดในสถานพยาบาลหรือภาวะภาวะหมดไฟของบุคลากรทางการแพทย์

ข้อมูลจากงานวิจัยใน
Annals
of Internal Medicine ระบุว่า
แพทย์ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งหนึ่งของวันทำงานไปกับงานเอกสารและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์
ในขณะที่มีเวลาดูแลผู้ป่วยโดยตรงเพียง 27% เท่านั้น
ซึ่งหมายความว่าในทุกๆ 1 ชั่วโมงที่ตรวจคนไข้
แพทย์อาจต้องเสียเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมงเพื่อบันทึกข้อมูล
แคริว่าจึงร่วมกับบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพื่อนำนวัตกรรม AI เข้ามาปลดล็อกศักยภาพของโรงพยาบาลไทย
โดยมุ่งเน้นการลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มความแม่นยำในการรักษาผ่าน 4 นวัตกรรมหลัก ดังนี้
1.
MOR-ASR:
นวัตกรรมเปลี่ยนเสียงพูดเป็นเวชระเบียน
ปัญหาการก้มหน้าพิมพ์คอมพิวเตอร์ระหว่างซักประวัติจะหมดไป ด้วยระบบ MOR-ASR
ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ในไทยโดยเฉพาะ
นวัตกรรมนี้รองรับการทำงานทั้งในแผนกผู้ป่วยนอก
(OPD)
แผนกผู้ป่วยใน (IPD) และการบันทึกทางการพยาบาล
(Nurse note) โดยเฉพาะในแผนกผู้ป่วยในที่ AI สามารถขยายความจากคำย่อและจัดเรียงเนื้อหาตามมาตรฐานสากล (JCI) ได้ทันทีแบบเรียลไทม์
ซึ่งผลจากการใช้งานจริงพบว่าช่วยลดภาระงานเอกสารได้ถึง 50%
2.
AI-Translators:
ทลายกำแพงภาษาเพื่อความปลอดภัย เพื่อรองรับการเป็น Medical
Hub ที่มีผู้ป่วยต่างชาติจำนวนมาก
แคริว่าได้พัฒนาระบบแปลภาษาทางการแพทย์ที่รองรับมากกว่า 27 ภาษา,
ความแตกต่างของ AI-Translator นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว
(Privacy-First) โดยไม่มีการเก็บบันทึกการสนทนา
เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย PDPA
3.
Helix Star:
การป้องกันเชิงรุกผ่านรหัสพันธุกรรม
อาการแพ้ยารุนแรงเป็นภัยเงียบที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งคนไทยกว่า 9.7 ล้านคนมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมในเรื่องนี้ นวัตกรรม Helix Star จึงนำเทคโนโลยี Long-Read Sequencing มาใช้ถอดรหัสพันธุกรรมจากการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียว
4.
Medicart:
รถเข็นยาอัจฉริยะลดความผิดพลาด
เพื่อปิดช่องโหว่ความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error) ในขั้นตอนการจ่ายยา
Medicart จึงถูกพัฒนาขึ้นมา
โดยพยาบาลต้องยืนยันตัวตนและสแกนบาร์โค้ดที่ข้อมือผู้ป่วยก่อน
“นวัตกรรมทั้งหมดนี้เป็นการบูรณาการระบบโรงพยาบาลตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
หัวใจสำคัญของการเป็น Smart Hospital ตามวิสัยทัศน์ของแคริว่า
ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์
แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถใช้เวลาและศักยภาพที่มี
ไปกับการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
เพื่อยกระดับมาตรฐานสาธารณสุขไทยสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง”

ที่มา : ชูนวัตกรรม Medical AI 'แคริว่า' ยกระดับโรงพยาบาลสู่ Smart Hospital