ศิริราช
จับมือ 'เซลแทค' ปั้นแบรนด์ 'SiRiGevity' ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมแพทย์ชีวภาพ ด้วยการเปิดตัว “Fibroblast Gen
2” นวัตกรรมฟื้นฟูผิวหนังจากเซลล์ของผู้ป่วยเองภายใต้แนวคิด
“เซลล์ซ่อมเซลล์” ลงนามความร่วมมือด้านการผลิตและจัดจำหน่ายร่วมกับ บริษัท เซลแทค จำกัด (Celltac)
พร้อมเปิดตัวแบรนด์นวัตกรรมสุขภาพระดับสูง
“‘SiRiGevity’มุ่งนำผลงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง
เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนกลับมาเป็นทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วยอย่างยั่งยืน
‘Fibroblast
Gen 2’ นวัตกรรม “เซลล์ซ่อมเซลล์”
นวัตกรรม
Fibroblast
Gen 2 เป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวหนังโดยใช้เซลล์ผิวหนังของตัวผู้ป่วยเอง
หรือ Autologous Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์หลักที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจน
อีลาสติน และไฮยาลูโรนิกเพื่อพยุงผิว
ความพิเศษในเจเนอเรชันที่สองนี้อยู่ที่การพัฒนาสูตรน้ำยาเลี้ยงเซลล์ชนิดพิเศษที่ทำหน้าที่เสมือนครูฝึกคอยสอนให้เซลล์ทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ส่งผลให้เซลล์มีอายุที่เด็กลง และสามารถส่งสัญญาณชีวโมเลกุลไปกระตุ้นเซลล์ข้างเคียงให้ทำงานดีขึ้นตามไปด้วย
เมื่อเปรียบเทียบกับเจเนอเรชันแรกที่เพาะเลี้ยงเซลล์ได้เพียง
50
ล้านเซลล์ต่อครั้ง และคนไข้ต้องเข้ามารับการฉีดถึง 3 ครั้ง นวัตกรรม Gen 2 นี้สามารถเพิ่มปริมาณเซลล์ได้สูงถึง
250 ล้านเซลล์ต่อครั้ง
ทำให้คนไข้ฉีดเพียงครั้งเดียวแต่ได้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าหนึ่งปี
อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาที่เหนือกว่า
จากเดิมที่เน้นเพียงการเติมเต็มริ้วรอยร่องแก้ม
มาเป็นการช่วยปรับคุณภาพผิวโดยรวมให้เรียบเนียน ลดริ้วรอย
และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอทั่วใบหน้า

เบื้องหลัง
10
ปีแห่งความเพียรพยายามของสองนักวิจัยหญิง
เส้นทางของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันกว่าหนึ่งทศวรรษของสองนักวิจัยหญิงอย่าง
ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยา และ ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช
ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ซึ่งทั้งคู่มีความผูกพันเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องจากโรงเรียนสตรีวิทยา
ก่อนจะกลับมาร่วมงานกันที่ศิริราชและร่วมกันทำวิจัยเกี่ยวกับสารในผิวหนังมาอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลากว่า
10
ปีที่ผ่านมา ทั้งสองต้องฟันฝ่าอุปสรรคสำคัญร่วมกัน
ตั้งแต่ข้อจำกัดด้านทรัพยากรในห้องปฏิบัติการที่ต้องแบ่งตู้เลี้ยงเซลล์กับงานวิจัยอื่น
ไปจนถึงความยากลำบากในการสร้างความเข้าใจกับคนไข้กลุ่มแรกที่ยังกังวลเรื่องการตัดชิ้นเนื้อบริเวณหลังใบหูเพื่อนำไปเพาะเลี้ยงเซลล์
ทว่าความอุตสาหะนี้ได้เปลี่ยนให้จากงานวิจัยเพื่อแค่ให้รู้และเก็บไว้บนหิ้ง
มาเป็นงานวิจัยที่สร้างผลกระทบต่อสังคมได้จริง
ผ่านการผสานจุดแข็งระหว่างแพทย์ผิวหนังที่เข้าใจความต้องการหน้างานของคนไข้
กับนักเภสัชวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญเชิงลึกในการควบคุมกลไกการเลี้ยงเซลล์

ผนึกกำลัง
‘เซลแทค’ ขยายฐานการผลิตและกระจายสินค้า
ในส่วนความร่วมมือกับภาคเอกชน
ศิริราชได้ลงนามร่วมกับ บริษัท เซลแทค จำกัด (Celltac) นำโดย รศ.ดร.นายแพทย์พัฒนา
เต็งอำนวย ผู้บริหาร บริษัท เซลแทค จำกัด
ต่อยอดความสำเร็จหลังจากที่เซลแทคได้ซื้อลิขสิทธิ์เทคโนโลยีในเวอร์ชันแรกไปทำตลาดเมื่อ
3 ปีก่อน สำหรับข้อตกลงในเวอร์ชัน Gen 2 นี้ จะเป็นในลักษณะการให้ลิขสิทธิ์วิธีการผลิต
โดยเซลแทคจะทำหน้าที่เป็นผู้รับจ้างผลิตเพื่อเพาะเลี้ยงเซลล์ภายใต้มาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับสูงให้กับคลินิกหรือแพทย์ผิวหนังที่ส่งชิ้นเนื้อของคนไข้เข้ามารับการรักษา
การเลือกเซลแทคเป็นพันธมิตรในครั้งนี้มาจากความเชื่อมั่นในมาตรฐานห้องปฏิบัติการที่ปลอดภัยและมีความเชี่ยวชาญสูง
ประกอบกับผลตอบรับในเชิงบวกจากคนไข้ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเทคโนโลยีนี้สามารถใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้
เซลแทคยังมีเครือข่ายการจำหน่ายที่แข็งแกร่งในฐานะตัวแทนจำหน่ายที่สามารถกระจายนวัตกรรมนี้ไปยังคลินิกความงามทั่วประเทศ
และพร้อมที่จะร่วมกันขยายตลาดไปยังต่างประเทศในอนาคต
ปั้นแบรนด์ใหม่
‘‘SiRiGevity’ปฏิวัติวงการความงามอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้
ศิริราชพยาบาลยังได้เปิดตัวเครื่องหมายการค้าใหม่ภายใต้ชื่อ “‘SiRiGevity’” โดยวางตำแหน่งแบรนด์ให้แตกต่างจากแบรนด์เดิมอย่าง ศิริราชบำรุงเวช
ที่เน้นเพียงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เวชสำอางทั่วไปภายใต้บริษัทลูกของมูลนิธิศิริราช
ต้นฉบับ :ศิริราช จับมือ 'เซลแทค' ปั้นแบรนด์ 'SiRiGevity' ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
ศ.นพ.อภิชาติ
อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวว่า สำหรับ
‘SiRiGevity’จะทำหน้าที่เป็นแบรนด์นวัตกรรมสุขภาพระดับสูงที่ชูศาสตร์การฟื้นฟูสภาพผ่านงานวิจัยเชิงลึก
มีการทดสอบทางจริยธรรมและทางคลินิกอย่างเข้มงวดเพื่อผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและจับต้องได้จริง
เป้าหมายสูงสุดของ‘SiRiGevity’ คือการมอบความสุขและสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน
ซึ่งในอนาคตมีแผนมุ่งสร้างระบบนิเวศการวิจัยที่ยั่งยืนด้วยการนำรายได้จากการค้ากลับมาหมุนเวียนสนับสนุนงานวิจัยอื่น
ๆ ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการแพทย์ชีวภาพ
เพื่อช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของคนไทยเอง
ต้นแบบโมเดล
’ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
ความร่วมมือและการเปิดตัวแบรนด์
‘SiRiGevity’
ร่วมกับเซลแทคในครั้งนี้
คือสะพานเชื่อมโยงผลงานวิจัยจากหิ้งปฏิบัติการสู่ห้างค้าปลีกอย่างเป็นรูปธรรม
ซึ่งค่าสิทธิและรายได้จากการดำเนินธุรกิจจะถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรมเพื่อนำกลับมาจุนเจือระบบวิจัยและนวัตกรรมของศิริราช
ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการคิดค้นแนวทางการรักษาใหม่ ๆ
เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่นต่อไปในอนาคตได้อย่างยั่งยืน