เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ห้าภาคีเครือข่าย นำโดย สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย, กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือระดับชาติ “Beat the Pressure: Thailand National Hypertension Alliance” เดินหน้ารณรงค์ Know Your Numbers, Control Your Pressure “รู้ค่าความดัน กินยาทุกวัน คุมทัน ห่างไกลโรค” พร้อมเปิดตัว ‘National Hypertension Dashboard Program’ เพื่อยกระดับการคัดกรอง การเชื่อมต่อการรักษา และการติดตามผู้ป่วยความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการทั่วประเทศ โดยมี ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน "ความดันโลหิตสูง" เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก ประเมินว่ามีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กว่า 1.4 พันล้านคน ในประเทศไทย 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่มีภาวะนี้ และแม้เข้าสู่ระบบรักษาแล้ว ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกือบ 75% ยังควบคุมค่าความดันไม่ได้ ขณะที่ราว 47.8% ไม่รู้ตัวว่าป่วย ภาวะดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง โดยโรคไม่ติดต่อก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 9.7% ของ GDP จึงจำเป็นต้องเร่งคัดกรอง เข้าสู่การรักษา และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
เนื่องในวันความดันโลหิตสูงโลก ห้าภาคีเครือข่าย นำโดย สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย, กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), สมาคมเครือข่ายโรคไม่ติดต่อแห่งประเทศไทย และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือระดับชาติ “Beat the Pressure: Thailand National Hypertension Alliance” เดินหน้ารณรงค์ Know Your Numbers, Control Your Pressure “รู้ค่าความดัน กินยาทุกวัน คุมทัน ห่างไกลโรค” พร้อมเปิดตัว ‘National Hypertension Dashboard Program’ เพื่อยกระดับการคัดกรอง การเชื่อมต่อการรักษา และการติดตามผู้ป่วยความดันโลหิตสูงแบบบูรณาการทั่วประเทศ โดยมี ดร.พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน "ความดันโลหิตสูง" เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรทั่วโลก โดยองค์การอนามัยโลก[i] ประเมินว่ามีผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กว่า 1.4 พันล้านคน ในประเทศไทย 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่มีภาวะนี้ และแม้เข้าสู่ระบบรักษาแล้ว ทั้งนี้ มีรายงานว่าเกือบ 75% ยังควบคุมค่าความดันไม่ได้[ii] ขณะที่ราว 47.8% ไม่รู้ตัวว่าป่วย ภาวะดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ และโรคไตเรื้อรัง โดยโรคไม่ติดต่อก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี หรือ 9.7% ของ GDP[iii] จึงจำเป็นต้องเร่งคัดกรอง เข้าสู่การรักษา และติดตามผลอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรง