วิกฤติอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย ‘จารุเดช’ ระบุกับดักราคาประมูล ต้นทุนพุ่งแต่ราคาถูกแช่แข็ง คาดเกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรงภายในเดือนกรกฎาคมนี้
ผู้ผลิตแบกรับขาดทุนแทนรัฐ ภาคเอกชนต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติระบบโลจิสติกส์ด้วยตัวเองผ่านโมเดล "Shared Logistics" เพื่อความอยู่รอดของทั้งอุตสาหกรรม
แนะภาครัฐเปลี่ยนบทบาท มาเป็นผู้เกื้อหนุน อย.-สธ.เปิดช่อง Fast Track นำเข้าวัตถุดิบเร่งด่วน ลดขั้นตอนการตรวจเอกสารที่ซ้ำซ้อน
ความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ดูเหมือนไกลตัว แต่ในความเป็นจริงกำลังคืบคลานเข้าสู่หอผู้ป่วยในโรงพยาบาลไทยอย่างเงียบเชียบ เมื่อ "ถาดเครื่องมือแพทย์ ถุงน้ำเกลือ" ที่หมอและพยาบาลต้องใช้ช่วยชีวิตคนไข้กำลังกลายเป็นตัวประกันในวิกฤตน้ำมัน ความผันผวนในตะวันออกกลาง และนโยบายปิดกั้นของจีน กำลังส่งผลความมั่นคงทางสาธารณสุขของไทยอย่างรุนแรง
นายจารุเดช คุณะดิลก กรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม.อี. เมดิเทค จำกัด และในฐานะประธานที่ปรึกษาและกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ กล่าวว่าวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องในลักษณะโดมิโนต่อภาคการผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะการเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤตด้านต้นทุนขนส่งและวัตถุดิบต้นน้ำ ซึ่งในส่วนของวิกฤตน้ำมันและค่าขนส่ง ตอนนี้ ค่าระวางเรือและขนส่งปรับเพิ่มขึ้นทันที 40% และบางกรณีที่ต้องเร่งรัดการจัดส่ง ต้นทุนพุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่าจากสถานการณ์ปกติ
“ราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับขึ้นทันที 50% ในรอบการส่งมอบล่าสุด และมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่องครั้งละ 40-50% ในทุกรอบคำสั่งซื้อ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนการผลิต เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ประกอบการไม่สามารถบริหารจัดการภายในได้อีกต่อไป เช่นเดียวกับโควตาวัตถุดิบ คู่ค้าเริ่มจำกัดปริมาณการขาย (Allocation) ไม่สามารถสั่งซื้อได้ตามปริมาณที่ต้องการเพื่อสำรองการผลิตของผู้ประกอบการ ดังนั้น ขณะนี้ผู้ผลิตไทยกำลังเผชิญกับสภาวะหายใจไม่ออกทางธุรกิจ"ก่อนจะถูกซ้ำเติมด้วยนโยบายจากประเทศคู่ค้าสำคัญอย่างจีนที่จำกัดการส่งออกเคมีตั้งต้นเหลือเพียง 20-30% จากยอดสั่งซื้อปกติ”นายจารุเดช กล่าว